.

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งเปิดตัว แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ แบ็คซ้ายตัวเก่งจาก โมนาโก ร่วมทีมด้วยค่าตัว 52 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกทำลายสถิติของ ไคล์ วอล์คเกอร์ แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทัพ “เรือใบสีฟ้า” ก่อนหน้านี้ได้ไม่นาน

ทำให้มาถึงตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ คว้าผู้เล่นใหม่ไปแล้ว 5 รายทุ่มเงินไปกว่า 200 ล้านปอนด์เข้าไปแล้ว โดยประกอบไปด้วย แบร์นาโด้ ซิลวา จาก โมนาโก 42.5 ล้านปอนด์, เอแดร์สัน จาก เบนฟิก้า 34 ล้านปอนด์, ไคล์ วอล์คเกอร์ จาก สเปอร์ส 45 ล้านปอนด์ และ ดานิโล่ จาก เรอัล มาดริด 26.5 ล้านปอนด์ และล่าสุด แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ 52 ล้านปอนด์

โดย 4 จาก 5 ผู้เล่นใหม่ของ แมนฯ ซิตี้ มาจากตำแหน่งแนวรับทั้งสิ้น ซึ่งทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช้เงินไปกว่า 130 ล้านปอนด์ในการคว้าตัว 3 ฟูลแบ็คภายใน 10 วัน และหานับรวมกับค่าตัว 47.5 ปอนด์ของ จอห์น สโตนส์ เมื่อซัมเมอร์ปีก่อน นั่นหมายความว่า “เรือใบสีฟ้า” กลายเป็นทีมที่มีแนวรับที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกไปแล้ว

แมนฯ ซิตี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นจอมทุ่มซื้อผู้เล่นแนวรับเป็นสถิติโลกมาแล้ว โดยพวกเขาเริ่มจากทุ่มเงิน 32 ล้านปอนด์คว้าตัว เอเลียกิม ม็องกาล่า ปราการหลังจาก ปอร์โต้ ร่วมทีมเมื่อปี 2014 แต่ดีลนี้ก็ถูกบดบังโดย เปแอสเช ที่สร้างสถิติทุ่มเงินซื้อกองหลังแพงสุดในโลกด้วยการดึงตัว ดาวิด ลุยซ์ จาก เชลซี ด้วยราคา 50 ล้านปอนด์ ในปีเดียวกัน

ซึ่งในตอนนี้ ดาวิด ลุยซ์ เป็นหนึ่งใน 5 นักเตะแนวรับที่แพงที่สุดในโลกเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งในทำเนียบดังกล่าวก็ยังมี นิโคลาส โอตาเมนดี้ ที่ย้ายจาก บาเลนเซีย ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2015

ถึงแม้ แมนฯ ซิตี้ จะหมดเงินกับการซื้อผู้เล่นในตำแหน่งแนวรับไปอย่างมหาศาล แต่ดูเหมือนซัมเมอร์นี้พวกเขายังคงไม่หยุดอยู่แต่เพียงเท่านี้ เมื่อทาง เป๊ป กวาร์โอล่า ยังคงมองหาเซ็นเตอร์แบ็คที่จะมาเป็นตัวตายตัวแทนของกัปตันทีมอย่าง แว็งซ็องต์ ก็อมปานี ที่เริ่มจะโรยรา และถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่บ่อย ๆ

ซึ่งถ้า แมนฯ ซิตี้ ต้องการปราการหลังระดับท็อปแบบ ก็อมปานี เข้าสู่ทีมอีกหนึ่งราย นั่นหมายความว่ามีโอกาสสูงที่พวกเขาจะใช้เงินซื้อผู้เล่นในตำแหน่งแนวรับรวมกันในซัมเมอร์นี้แตะหลัก 200 ล้านปอนด์แน่นอน